Project Ara โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนได้

DSC_4824-2040_verge_super_wide

Recent Innovation

“Project Ara โทรศัพท์ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนได้เอง”

ลองคิดกันดูเล่นๆ นะครับ ถ้าหากว่าสมาร์ทโฟนสามารถถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนเพื่ออัพเกรดเฉพาะส่วนได้เหมือน กับคอมพิวเตอร์คงจะดีไม่น้อย เพราะบางครั้งเราชอบการทำงานของตัวเครื่อง แต่อยากได้กล้องที่ดีขึ้น เราก็ไม่ต้องซื้อมือถือใหม่ทั้งเครื่อง แค่เลือกซื้อกล้องที่เราชอบมาเปลี่ยนรุ่นเก่าก็พอ ด้วยความต้องการแบบนี้ทำให้ Google พัฒนาโปรเจ็คหนึ่งขึ้นมาชื่อว่า Project Ara ซึ่งพัฒนาสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้สามารถปรับสเปค และเปลี่ยนชิ้นส่วนได้เอง!

โทรศัพท์ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนได้เอง ถูกพูดถึง และเริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี 2013 โดยทาง Motorola ซึ่งต้องการสร้างโทรศัพท์มือถือที่สามารถถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนได้เองแทบทุก ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นกล้อง, แบตเตอรี่, ชิปประมวลผล, หน้าจอ หรืออื่นๆ ทำให้เราสามารถอัพเกรดอุปกรณ์เฉพาะส่วนได้ ซึ่งล่าสุดในงาน Ara’s Developers Conference ทาง Google ได้ออกมาประกาศความคืบหน้าของโครงการนี้ ซึ่งในปัจจุบันโครงการนี้ได้เดินหน้าเต็มตัวแล้ว โดยทาง Google ได้ร่วมมือกับวงการ 3D Printer เพื่อผลิตชิ้นส่วนให้ ท าให้โครงการสามารถท างานได้ราบรื่นยิ่งขึ้น

Project Ara: โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนได้

นอกจากนี้ที่งานยังมีการโชว์เครื่องต้นแบบที่ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนแกน หรือโครงหลักสำหรับเสียบชิ้นส่วนอื่นๆ ที่เรียกว่า “Gray Phone” ซึ่งทาง Google ยืนยันว่าจะมีอายุการใช้งานได้นานถึง 5-6 ปี ส่วนตัวเชื่อมต่อกับชิ้นส่วนอื่นๆ นั้นจะใช้มาตรฐาน UniPro ซึ่งเป็นมาตรฐานกลางของชิ้นส่วนบนอุปกรณ์พกพาที่ใช้การส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง

โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนได้

พอล อีเรเมนโก (Paul Eremenko) หัวหน้าแผนกกลุ่มงานโปรเจกต์และเทคโนโลยี ประกาศชื่อเรียก Gray Phone บนเวทีงานประชุม Project Ara Developers Conference ซึ่งเป็นงานประชุมนักพัฒนาครั้งแรกที่กูเกิลวางแผนจัดขึ้นเพื่อต่อยอดการ พัฒนาในโครงการนี้ตลอดปี 2014 โดยให้รายละเอียดว่า ชื่อเรียก Gray Phone มาจากสีเทาอมเหลืองไร้สีสันที่รอให้ผู้ใช้ร่วมกันให้สีและตกแต่งเครื่องตามชอบใจ ผู้บริหารกูเกิลระบุว่า ผู้บริโภคในขณะนี้สามารถเลือกระบบปฏิบัติการ (operating system) ได้เอง เช่นเดียวกับเคสสมาร์ทโฟน และแอปพลิเคชัน แต่สมาร์ทโฟนในโครงการนี้ จะเปิดให้ทุกคนสามารถเลือกดีไซน์ฮาร์ดแวร์เครื่องได้เอง โดยผู้ใช้สามารถน าระบบพิมพ์งาน 3 มิติหรือ 3D printing มาปรับใช้กับการออกแบบลวดลายสมาร์ทโฟนของตัวเองได้เสรี

ในงานนี้ กูเกิลยังยืนยันว่า Gray Phone จะสามารถวางจำหน่ายในราคาเริ่มต้นเพียง 50 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,650 บาท ถือเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่เชื่อว่าจะสามารถเข้าถึงผู้ใช้สมาร์ทโฟนรายใหม่ในตลาดโลกได้ โดยคาดว่าเดือนมกราคม ปี 2558 คือ ช่วงเวลาเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนหรือถอดประกอบชิ้นส่วน ภายในและภายนอกได้ง่ายเหมือนตัวต่อเลโก้ (Lego) ของคุณหนู และไดรเวอร์ที่จำเป็นสำหรับ Gray Phone จะพร้อมใช้งานเต็มที่ช่วงเดือนธันวาคมนี้ โปรเจคนี้เป็นโครงการที่ถูกเปิดเผยสู่สาธารณชนตั้งแต่ปี 2012 ภายใต้การดูแลของแผนกกลุ่มงานโปรเจกต์และเทคโนโลยีก้าวหน้า Advanced Technology and Projects Group (ATAP) ของโมโตโรล่า โดยกลุ่มงานนี้เป็นกลุ่มที่กูเกิลขอยกเว้น ไม่นำไปรวมกลุ่มกับธุรกิจสมาร์ทโฟนของโมโตโรล่าที่กูเกิลจำหน่ายให้เลอโนโว ด้วยมูลคค่า 3.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ก่อนหน้านี้ กูเกิลเปิดตัวเอกสารชื่อ Module Developers Kit for Project Ara เวอร์ชัน 0.10 ให้นักพัฒนาผู้สนใจสร้างสรรค์สินค้า ได้ทราบรายละเอียดเพิ่มเติมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลโครงการที่สะท้อนชัดเจนว่าผู้ใช้สามารถเลือกต่อ สมาร์ทโฟนนี้ได้หลากหลาย 3 ขนาด 3 รูปแบบ ทั้งทรงยาวรุ่นจิ๋ว 2×5, ขนาดกลาง 3×6 และขนาดใหญ่จัดเต็ม 4×7 หลังจากงาน Project Ara Developers Conference เมื่อวันที่ 15-16 เมษายนที่ผ่านมา กูเกิลมีกำหนดจัดงานประชุมนักพัฒนาอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม และกันยายนตามลำดับ โดยยังไม่มีการประกาศวันจัดงานที่แน่นอนในขณะนี้

สำหรับความคืบหน้าด้านอื่นของกูเกิล กูเกิลนั้นเพิ่งประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2014 ว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 1.54 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.9 แสนล้านบาท) โดยมีกำไรต่อหุ้นมากกว่า 6.27 เหรียญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนกลับไม่ปลื้มกับตัวเลขที่กูเกิลประกาศมา จนทำให้หุ้นกูเกิลลดลงทันที 6% เนื่องจากรายได้เฉลี่ยต่อคลิกหรือ cost-per-click ที่กูเกิลเก็บได้จากนักโฆษณาในไตรมาสที่ผ่านมานั้นลดลงถึง 9% ขณะที่จำนวนคลิกที่สร้างรายได้ให้กูเกิลในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นเพียง 26% เท่านั้น ทั้งที่เคยเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ในช่วงก่อนหน้านี้

Project Ara โครงการที่จะมาปฏิวัติสมาร์ทโฟนจาก Google โดยสามารถอัพเกรดได้

ถ้าจะนับโครงการอะไรที่แปลกที่สุดที่ มาจาก Google แล้วคงหนีไม่พ้น Project Ara มือถือถอดชิ้นส่วนประกอบได้ตามใจผู้ใช้ครับ ทั้งนี้ในงาน Google’s Advanced Technology and Projects (ATAP) ที่ผ่านมาก็ได้มีการนำเสนอต้นแบบเจ้ามือถือตัวนี้ออกมาด้วย แต่ต้องถือว่าเป็นต้นแบบของต้นแบบจริงๆ เพราะตัวต้นแบบนั้นยังไม่สามารถทำงานใดๆได้นอกจากแสดงถึงรูปลักษณ์และส่วน ประกอบต่างๆ ที่จะเป็นไปของมือถือจาก Project Ara เท่านั้น

ตัวต้นแบบของโทรศัพท์ถอดแยกชิ้นส่วนได้นั้นแสดงรูปลักษณ์ของมือถือที่มีลักษณะเหมือนเลโก้ โดยตัวเครื่องหลักจะมีโครงที่เปรียบเสมือนเป็นโครงกระดูกหลักและช่องสำหรับ ต่อส่วนประกอบที่ถูกเรียกว่าโมดูล โดยแต่ละโมดูลสามารถถอดเปลี่ยนได้ตามต้องการ โดยหากมองเครื่องจากทางด้านหลังแล้วด้านที่ไม่ใช่หน้าจอ (ตัวเครื่อง) จะมีลักษณะเหมือน tiles (หน้า Home ของ Windows Phone) ตัวโมดูลนั้นก็จะประกอบไปด้วย CPU, RAM, WiFi, Power jack, Baseband, display และ Battery เป็นโมดูลหลัก และจะมีโมดูลเสริมอย่าง กล้อง, speakers และ หน่วยเก็บความจำภายใน โดยจะมีการเชื่อมต่อผ่านการเชื่อมต่อแบบใหม่ที่เรียกว่า capacitive interconnects ที่จะมีขนาดเล็กกว่า การเชื่อมต่อแบบ Pin ในรูปแบบเดิมที่ผ่านมา ทำให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนเครื่องของคุณให้มีความสดใหม่ได้ตลอดเวลา โดยในอนาคตนั้นมือถือ Ara จะมาพร้อมกับขนาดที่แตกต่างกัน 3 ขนาดให้ได้เลือกสรร

Project Ara: โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนได้

ตำแหน่งในตลาดของ Ara นั้น Google ตั้งไว้ให้ชนกับ feature phone เนื่องจากความสามารถในการเพิ่มเติมโมดูลได้เองในภายหลัง นั่นทำให้การส่งตัวมือถือ Ara ที่พร้อมใช้งานออกสู่ตลาด ซึ่งจะมีแค่ หน้าจอ หน่วยประมวลผล และ WiFi จะเสียค่าผลิตต่อเครื่องเพียง $50 (ประมาณ 1,625 บาท) แต่สำหรับราคาขายในตลาดจริงๆ ยังคงต้องรอตอนที่ Google ออกว่า Ara ออกสู่ตลาดแล้วจริงๆ ก่อนเนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีการคาดการณ์ราคาขายในตลาดแต่อย่างใด และเมื่อผู้ใช้งานต้องการเพิ่มโมดูลใด ก็สามารถซื้อโมดูลนั้นๆ มาเพิ่มเติมได้ที่ละโมดูล (เสมือนการอัพเกรดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์) จนกว่าผู้ใช้จะพอใจ

ทั้งนี้จากเสียงตอบรับในงาน ATAP นั้น พบว่า Ara ยังมีส่วนที่ต้องปรับปรุงอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นโมดูลที่ยังคงมีความหลากหลายที่น้อยเกินไป น้ำหนักที่ค่อนข้างจะมากกว่าโทรศัพท์ยี่ห้ออื่นๆ ความหนาที่หนาพอๆกับโทรศัพท์ในยุคปี 2000 ที่สำคัญก็คือเรื่องของอายุการใช้งานเบตเตอรี่ (ที่ถึงแม้ว่าตัวแบตเตอรี่เองก็จะเป็น 1 ในโมดูลที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ที่ยังคงไม่ได้รับการยืนยันว่าจะสามารถใช้งานได้นานเท่าไหร่) ทั้งนั้นทาง Google ก็ได้รวบรวมข้อแนะนำทั้งหมดเพื่อนำไปพัฒนาตัวต้นแบบที่จะมีให้ชมอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้

Project Ara: โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนได้

Project Ara: โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนได้

Project Ara: โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนได้

Project Ara: โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนได้

โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนได้

โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนได้


บทความโดย: Mr. บอมบ์
เครดิต: จิรภัทร ลาภวัฒนวรกุล

มาร่วมติดตามข่าวสาร และเป็นส่วนหนึ่งกับเราในเฟสบุ๊คได้ที่ >> https://www.facebook.com/tzcyberzones

Comments

comments

ใส่ความเห็น